Sing ร้องจริง เสียงจริง

 

 

 

รายละเอียด

 

ผู้กำกับ : Christophe LourdeletGarth Jennings

ค่ายหนัง : Illumination Entertainment

หมวดหมู่ :  Animation, Comedy, Drama

เรท : ทั่วไป

ความยาว : 108 นาที

ฉายในระบบ : 2D, 3D

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

          ใกล้ช่วงคริสมาสต์แล้วซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ของปี ก็เลยอยากจะดูหนังสนุกๆ ฮาๆ สักเรื่องหนึ่งให้มันเข้ากับบรรยากาศซะหน่อย จากที่ลองดูๆ แล้วมันก็น่าจะมีอยู่เรื่องเดียวคือ Sing นี่แหละ ซึ่งเป็นหนังที่เห็นเทรลเลอร์ผ่านตาบ่อยมากกกกกกก โดยเฉพาะบนรถไฟฟ้า.... เปิดอย่างบ่อย 555 หมูเต้นเพลง Lady Gaga รัวๆ กระต่ายเต้นเพลง Nicki Minaj รัวๆ จนภาพติดตา

          Sing หรือชื่อไทย ร้องจริง เสียงจริง เป็นหนังแอนิเมชัน แนวคอมเมดี้ ดราม่า ที่เกี่ยวกับการประกวดร้องเพลงของมนุษย์สัตว์ในเมืองแห่งนี้ บัสเตอร์ มูน โคอาล่าที่ตอนเด็กๆ เขานั้นหลงใหลในแสงสีเสียงในการแสดงเป็นอย่างมาก พอโตขึ้นมาเขาจึงได้ทำตามฝันเป็นเจ้าของโรงละครในที่สุด แต่ความจริงกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ความนิยมของโชว์ในโรงละครตกต่ำ จน มูน ไม่มีเงินพอจะจ่ายค่าตัวนักแสดง หรือแม้กระทั่งหนี้สินที่กู้ยืมธนาคารมาทำโชว์ก็ไม่มีจ่าย จนเข้าข่ายจะถูกยึดทรัพย์สิน แต่ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นต่อไป มูนจึงปิ๊งไอเดียสุดล้ำที่จะมากู้วิกฤตในครั้งนี้คือ การประกวดร้องเพลงสุดยิ่งใหญ่ ที่ใครก็สามารถเข้าร่วมได้ โดยมีเงินรางวัลถึง 1,000 ดอลลาร์ แต่ดันพิมพ์ในใบประกาศผิดเป็น 100,000 ดอลลาร์!!!!! เรื่องราววุ่นๆ ก็เลยเกิดขึ้นนนนน

          ความยาว 108 นาที ถือว่ากำลังลงตัวเลย ไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป หนังสนุกไม่น่าเบื่อ และฮาระเบิดระเบ้อมาก ขนเพลงป็อปกันมาทั้งชาร์ตเลยมั้ง เยอะโคตรๆ ตัวละครร้องเพลงแต่ละที เพลงก็ไม่มีซ้ำกันเลย เสียดายที่ผมรู้จักเพลงดังๆ อยู่แค่ไม่กี่เพลง สิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังก็คือ การได้เห็นบรรดาเหล่าสัตว์แสดงโชว์ไปพร้อมกับการร้องเพลง มันสนุกมาก ลุ้นมาก ด้วยความที่บรรดาสัตว์ทั้งหลายมีความแตกต่างทางกายภาพค่อนข้างชัดเจน มันเลยสนุกที่ว่าจะได้เห็นการนำเสนอโชว์ การร้อง สไตล์การร้องแบบไหนจากสัตว์ตัวนั้นๆ แล้วเรื่องนี้สัตว์หลากหลายกว่า Zootopia ค่อนข้างมาก ขนกันมาแทบทุกสายพันธ์ุ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน แม้กระทั่งหอยทากก็ยังมี!!! แทบไม่มีกรอบอะไรมากั้นเลย (แต่เกือบทุกตัวดันร้องแต่ป็อป 555)

 

 " ความยาว 108 นาที ถือว่ากำลังลงตัวเลย "

 

 " ไม่โดดเด่น มีจุดอ่อนเยอะ แต่ก็ยังทำได้ตามมาตรฐานหนังแอนิเมชัน "

 

          สำหรับการดำเนินเนื้อเรื่องนั้น ไม่ได้ถูกทำออกมาให้ซับซ้อน เดาทางได้ไม่ยาก และค่อนข้างตามสูตรเลย ด้านพลอตเรื่องมีการสร้างปมประเด็นปูพื้นหลังเกือบทุกตัวละครหลัก ดึงความน่าสนใจต่างๆ ได้ดี ถ้าเอาจริงๆ ก็เป็นพลอตที่มีศักยภาพมากเลยนะ แต่มันดึงออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และมันดันมีความไม่สมเหตุสมผลของหนังค่อนข้างเยอะ ดูไปก็แบบ "เฮ้ย!! แบบนี้ก็ได้หรอวะ" การหักมุมก็ถือว่าเซอร์ไพร์สหน่อย เล่นใหญ่กว่าที่คิดไว้ ที่ชอบที่สุดในส่วนเนื้อเรื่องก็คือจุดพีคของหนัง โชว์สุดท้ายทำได้ยอดเยี่ยมมาก ร้องเพลงและแสดงได้ถึงอารมณ์ทุกโชว์ แอบน้ำตาไหลซาบซึ้งปลื้มปิติไปกับฉากนั้นเบาๆ ซึ่งรวมๆ ผมถือว่าโอเคนะ ไม่โดดเด่น มีจุดอ่อนเยอะ แต่ก็ยังทำได้ตามมาตรฐานหนังแอนิเมชัน

          เอ้อใช่!!! ประเด็นของหนังเรื่องนี้ถือว่าใช้ได้เลยนะ หนังเล่นประเด็น Passion ความหลงใหลในสิ่งที่ชอบได้ดีมาก บรรดาสัตว์ทุกตัวแม้จะมีภาระหน้าค้ำคอหรือหวังจะได้เงินรางวัล แต่ลึกๆ ในใจของพวกเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหลงใหลในการร้องเพลง หรือแม้กระทั่งมูนเอง เค้าก็หลงใหลในการทำโชว์ให้กับโรงละครของเขา กัดฟันสู้ไม่ถอย ซึ่งประเด็นนี้สามารถนำเสนอให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย มีพลัง และยังใช้ตัวละครเป็นตัวแทนของความหลงใหลในแต่ละแบบด้วย และอีกประเด็นที่ชอบก็คือ ประเด็นหินก้นบ่อ "นายรู้ไหมข้อดีของการเป็นหินก้นบ่อคืออะไร เพราะมันสามารถไปได้ทางเดียว ก็คือขึ้น!!!" ประโยคนี้พูดตอนแรกๆ ก็เฉยๆ นะ แต่พอเป็นตอนท้ายเรื่องนี่อินมากๆ เพราะผมได้เห็นการเติบโตของตัวละครมาตลอดมันเลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ ซึ่งประเด็นนี้ผมว่าแม่งโคตรเรียลเลย ชีวิตใครหลายๆ คนก็ต้องเคยผ่านช่วงต่ำสุดแบบนี้มาแน่นอน

          อีกจุดเด่นของเรื่องก็คือ ความครีเอท เช่นเรื่องคาแรกเตอร์ของตัวละคร ที่จับเอาหมูมาใส่ชุดรัดๆ แล้วเต้นอย่างสุดเหวี่ยง หรือกอริลล่าที่ใครๆ ก็ว่าดุร้ายแต่ดันมาร้องเพลงป็อปซะสดใส ภาพพจน์มันเลยดูขัดกับความเข้าใจพื้นฐานของเราแบบสุดขั้ว ความฮามันก็เลยบังเกิด ซึ่งเขาจับจุดได้ถูกต้องมาก เลยเอามายิงมุกได้มากมายหลายดอก แต่เสียดายนิดที่การเคลียร์ตัวประกอบและการกระจายบททำได้ไม่ค่อยดี มีตัวละครหนึ่งที่ผมชอบมากคือ แอช เม่นสาวชาวร็อค ซึ่งดูแปลกแหวกแนวที่สุดแล้วในเรื่อง คอสตูมเธอก็โฉบเฉี่ยวสมกับเป็นชาวร็อค กระโปรงลายสก็อต หิ้วกีต้าร์สีจี๊ด ขนเม่นที่หลังก็ยิ่งทำให้ดูร็อคเข้าไปใหญ่ เป็นตัวละครที่ถูกออกแบบมาดีมากๆ แถม Scarlett Johansson ยังพากย์เสียงให้อีกด้วย <3

 

" ดูขัดกับความเข้าใจพื้นฐานของเราแบบสุดขั้ว ความฮามันก็เลยบังเกิด "

 

 " นึกถึงเทศกาลดนตรี EDM ดีๆ เลย แสงสีจัดเต็มวูบวาบได้ใจมาก "

 

          ตัวละครในเรื่องตัวอื่นๆ ก็น่ารักมากเลยนะ อย่าง โรสิต้า คุณแม่หมูคนเก่งพ่วงลูกมาอีก 25 ตัว.... 25 จริงๆ ไม่ได้โม้!!! ลูกๆ ของเธอนี่แหละไฮไลท์ความน่ารักเลย ซนป่วนไปหมด แถมมีชื่อครบทุกตัวด้วยนะ 5555 ตัวต่อมา เอ็ดดี้ เจ้าแกะลูกคุณหนู เป็นตัวละครที่ตอนแรกดูจะไม่ค่อยมีบท แต่กลางเรื่องดันกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญไปซะงั้น แถมตอนท้ายแม่งเจ๋งมาก เปลี่ยนเป็นอีกลุคนึงเลย มีสไตล์ส่วนตัวสูง เรียกเสียงฮาได้เยี่ยม และที่น่ารักมากๆๆๆๆๆ อีกก็คือ เจ้าแก๊งหมาจิ้งจอกน้อย ที่มากันเป็นเกิร์ลกรุ๊ปแถมพูดภาษาญี่ปุ่นด้วย โคตรน่ารัก โคตรป่วน 55 ออกมาทีเต้นทีร้องเพลงที

          และความครีเอทนี้ยังนำมาใช้กับโชว์ร้องเพลงอีกด้วย งานโปรดักชั่นดีมาก โดยเฉพาะเรื่องแสงสีนี่ครีเอทมากที่สุดแล้ว ช่วงแรกๆ ยังดูธรรมดาๆ เหมือนไฟในละครเวทีทั่วไป แต่พอกลางๆ เรื่องเริ่มเห็นถึงความจัดเต็มของแต่ละโชว์ มันครีเอทมากๆ (กลางเรื่องมีอยู่ฉากนึงเด็ดมาก) โคตรสวย แล้วเข้ากับจังหวะกับดนตรีอีกด้วย นึกถึงเทศกาลดนตรี EDM ดีๆ เลย แสงสีจัดเต็มวูบวาบได้ใจมาก ซึ่งมันดึงความสนใจของผู้ชมเข้ามาอยู่กับโชว์ได้

          สรุป หนังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ดูได้ไม่เสียดายตัง สำหรับคนที่ชอบหนังแอนิเมชันอยู่แล้วก็ไม่น่าจะผิดหวังอะไร เนื้อเรื่องถือว่าโอเคดี ประเด็นเยี่ยมถ่ายทอดออกมาได้แจ่ม แต่ดึงศักยภาพออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่และ Plot Hole เยอะพอสมควร ที่ชอบมากคือความครีเอทการแสดงต่างๆ ที่ต้องร้องว้าวให้กับความสร้างสรรค์ และขอยกนิ้วให้กับคาแรกเตอร์ของตัวละครที่แม้จะดูย้อนแย้งกับความเป็นจริง แต่ดันเรียกเสียงฮาได้อย่างสุดติ่ง ท้ายสุดฉากพีคถือว่าคุ้มมาก ประทับใจและซาบซึ้ง จนน้ำตาปริ่ม

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คะแนน

 

 

คะแนนจาก Koma : 7.3/10

คะแนนจาก IMDb : 7.3/10 จากผู้โหวต 9,600 คน

Metascore : 60/100

คะแนนจาก Rotten Tomatoes : 69% => Fresh!!!

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

When you've reached rock bottom

There's only one way to go, and that's up!

 

  

เป็นแอนิเมชันที่ดูแล้วสนุกเต็มอิ่ม คลายเครียดได้ดีมาก

เสียดายที่ไม่ค่อยรู้จักเพลงสักเท่าไหร่ T^T

ว่าแต่ Illumination Entertainment นี่ขยันทำหนังออกมาขายจริงๆ

  

สุดท้ายนี้ถ้าผิดพลาดประการใดก็กราบขออภัยนะครับ -/\-

Comment

Comment:

Tweet