Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ

 

 

รายละเอียด

 

ผู้กำกับ : Makoto Shinkai

ค่ายหนัง : CoMix Wave

หมวดหมู่ :  Animation, Romance, Fantasy

เรท : ทั่วไป

ความยาว : 106 นาที

ฉายในระบบ : 2D (Digital)

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

          หนึ่งสัปดาห์ก่อนหนังฉาย หน้านิวฟีดของเฟสบุ๊คผมเต็มไปด้วยรีวิวหนังเรื่องนี้จากเพจต่างๆ ให้ 10/10 บ้าง หนังที่ดีที่สุดในปีนี้บ้าง สุดยอดหนังรักบ้าง Hype กันสุดๆ พอหนังเข้าฉาย เพื่อนๆ ต่างก็กระหน่ำรีวิวกระหน่ำแชร์กันเหมือนเดิม เห็นแล้วน้ำตาจะไหลเพราะตัวเรานั้นยังไม่มีเวลา เวลาเห็นโพสแนวๆ นี้ก็จะรีบกดเลื่อนให้มันผ่านไปไวๆ กลัวจะโดนสปอยเนื้อเรื่อง ก็ขอย้อนอดีตกันสักนิดนึง จริงๆ ผมอยากดูเรื่องนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเคยดูผลงานอื่นของผู้กำกับมาก่อนหน้านี้แล้ว คือเรื่อง The Garden of Words และ 5 Centimeters per Second ซึ่งประทับใจโคตรๆ กับทั้งสองเรื่อง น้ำตาแตกกระจาย โดยเฉพาะเรื่องหลังที่จุกไปหลายวัน เรื่องนี้เลยแน่นอนว่าต้องไม่พลาดเด็ดขาดดดด ยิ่ง Hype เยอะแบบนี้ต้องจัดให้เห็นกะตาตัวเอง

          Your Name หรือ หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ เป็นหนังสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อญี่ปุ่นว่า Kimi no Na Wa เป็นหนังแอนิเมชั่น 2D แนวโรแมนติก แฟนตาซี โดยฝีมือของผู้กำกับ Makoto Shinkai ชายที่ถูกขนานนามว่า Hayao Miyazaki (ผู้ก่อตั้ง Studio Ghibli) คนต่อไป ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักสุดเหลือเชื่อระหว่างเขา ทาคิ ชายหนุ่มจากเมืองหลวงโตเกียว และเธอ มิตสึฮะ สาวบ้านนอกจากเมืองอิโตะโมะริ ที่สลับร่างกันอย่างไม่รู้สาเหตุ และทุกๆ ครั้งพวกเขาจะจำอะไรไม่ได้เลย ราวกับว่าฝันไปแล้วตื่นมาลืม ในญี่ปุ่นหนังเรื่องนี้กวาดรายได้เป็นอับดับ 1 อยู่ในขณะนี้ และยึดตำแหน่งมานานแล้วถึง 2 เดือน ทุกวันนี้ก็ยังมีรอบฉายอยู่ เรียกได้ว่าโคตรแรงงงง แรงแบบวัวตายควายล้ม

          เรื่องนี้เป็นหนังที่ผมตั้งใจดูโคตรๆ ไม่ได้ดูหนังแบบจริงจังมานานมากกก ผมพยายามซึมซับ คิดตาม และถามตัวเองไปตลอดทั้งเรื่อง บอกเลยว่าพีคมากกกกกกกก เป็นผลงานที่เสพง่ายกว่างานก่อนๆ หน้าของผู้กำกับมาก ถึงว่าทำไมหนังเรื่องนี้ติดกระแสลมบนขนาดนี้ สิ่งแรกที่ต้องชมเลยคือ ความงามของงานภาพระดับเทพ ผมน่าจะเคยเขียนไว้ครั้งนึงแล้วว่า งานภาพของอาจารย์ Makoto มันเยี่ยมมาก กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าสมจริงกว่า Ghibli ในด้านฉากประกอบเมือง ตึกรามบ้านช่อง ถนน วิวทิวทัศน์ คือมันโคตรเทพ การลงสีที่พิถีพิถันใช้สีหลายเฉดที่ใกล้เคียงกันเพื่อสร้างฉากให้คล้ายคลึงกับของจริงให้มากที่สุด การใส่เอฟเฟคแสงแฟลร์ ควันหมอก ที่ช่วยบิ๊วอารมณ์ให้อินกับหนังได้อย่างเหลือเชื่อ

          อาจารย์แกเป็นโรคติดโทนชมพูม่วง แกชอบใช้โทนนี้กับท้องฟ้าอยู่บ่อยๆ ในหนังของแก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่พลาดเช่นกัน แกสรรสร้างฉาก Masterpiece ขึ้นมาด้วยโทนสีโปรดของแก อารมณ์มันจะประมาณ Vanilla Sky ที่ฉูดฉาดหน่อย แล้วฉากประมาณนี้ของแกก็จะมาพร้อมกับมุมภาพ Wideๆ กว้างๆ ให้อารมณ์มันถึงขีดสุด สวยจนต้องร้องขอชีวิต สวยจนขอให้กุได้มีโอกาสไปอยู่ตรงนั้นสักทีเถ๊อะ และจุดเด่นที่ชอบในหนังเรื่องนี้ ก็คือจารย์แกเล่นเทคนิค Time Lapse บ่อยมาก ทำให้เราได้เห็นฉากเมืองงามๆ ในหนึ่งวัน ซึ่งมันละเอียดสุดๆ เก็บรายละเอียดของทั้งฉากได้เรียบเนียนกริ๊บ คือผมว่าจารย์แกต้องเสพติดความสมบูรณ์แบบแน่ๆ ทุกอย่างต้องเป๊ะๆ แต่นั่นก็ทำให้เราได้มีโอกาสเห็นฉากเทพๆ แบบนี้แหละนะ

 

"กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าสมจริงกว่า Ghibli ในด้านฉากประกอบเมือง"

 

"รายละเอียดที่ไม่จำเป็นและดูไม่จำเป็น มันทำให้คนดูผูกพันไปกับหนัง"

 

          ต่อมาก็ด้านเนื้อเรื่อง ผมชอบการเล่าเรื่องของหนังญี่ปุ่นอย่างนึง เค้าจะเล่าแบบใส่รายละเอียดเข้าไปเยอะๆ รายละเอียดที่ไม่จำเป็น รายละเอียดที่ดูไม่จำเป็นในตอนแรกแต่สำคัญในตอนหลัง อารมณ์แบบเฉลยแล้วร้องว้าววว ซึ่งอะไรประมาณนี้มันทำให้หนังมันแน่นมากเลยและมันทำให้คนดูผูกพันไปกับหนัง นอกจากนั้นก็ยังได้ความรู้เล็กน้อยๆ เก็บกลับบ้านอีกด้วยนะ 5555 ช่วงแรกๆ ของหนังนั้นตลกมาก ขำน้ำตาไหลเลยล่ะคุณเอ้ยยย ส่วนช่วงหลังก็เริ่มเข้าสู่โหมดเศร้า บิ๊วน้ำตาแตก สำหรับผมหนังเรื่องนี้ถือว่ามีจุดพีคหลายจุดนะ แบบผมดูๆ ไปนึกว่านี่พีคสุดละ เดี๋ยวจบแน่นอน อ่าวไม่ใช่หว่ะ ยังไม่จบ ซึ่งทุกจุดมันก็ได้อารมณ์เหมือนจุดพีคก่อนจบจริงๆ จารย์แกแน่มากๆ ที่กล้าหลอกคนดูซ้ำไปซ้ำมา 555

          ผมอยากแนะนำว่าการดูหนังเรื่องนี้ต้องพึงระลึกเสมอว่ามันคือหนังแฟนตาซีที่ฉีกกฎเกณฑ์หลายๆ อย่าง ถ้าใครชอบความเป็นจริงอาจจะหงุดหงิดได้ เพราะมันค่อนข้างจะฉีกแบบสุดขั้วไปเลย ฉีกกรอบหนึ่งไป ก็ยังมีฉีกกรอบสองอีก ตัวผมเองยังรู้สึกเลยว่า เฮ้ยแม่งเวอร์ชิบหาย และยังรู้สึกว่าหนังพอมันดำเนินมาถึงช่วงองค์สองมันก็หลุดจากกรอบที่มีอยู่ในช่วงองค์แรกไปแบบสุดโต่ง ช่วงองค์สองนี่โคตรพ่อโคตรแม่แฟนตาซี เหมือนดูหนังคนละเรื่องยังไงก็ไม่รู้ 555 ซึ่งยอมรับเลยว่าผมรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง เพราะมันเหมือนกับมีส่วนที่ดูไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เช่น พวกการกระทำของตัวละครในหนังที่ถ้าเกิดขึ้นในโลกแห่งความจริงมันเป็นไปไม่ได้หรอก มันขัดกับหลักความจริงเกินไป แต่ถึงกระนั้น โดยรวมหนังมันยังคงยอดเยี่ยมอยู่ดี จารย์แกยังคุมอยู่ เอาอยู่ ไม่ท่วมแน่ (เดี๋ยวๆ)

          ผมชอบเนื้อเรื่องความรักในหนังมากเลย มันค่อนข้างฟีลกู๊ด (กว่า 5CPS มากๆ) เสพง่าย และสะท้อนให้เห็นถึงสังคมญี่ปุ่น หนังค่อนข้างจะเน้นการบดขยี้ไปที่ประเด็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ซะเยอะ ทำเอาบีบหัวใจคนดูซะเหลือเกิน ลุ้นซะหัวใจแทบวาย หักมุมแล้วหักมุมอีกจนปวดตับ ทำเอาคนดูช็อคไปดื้อๆ ก็มี ซึ่งมันเป็นสไตล์ถนัดของจารย์แกอยู่แล้วล่ะ ที่ชอบทำร้ายจิตใจคนดู ฮือๆ ใครมีคู่ก็อาจจะไม่เศร้ามาก ใครโสดนี่มึงเอ้ยยยยยยย หนังจบมีจุกมีเหงากันบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ยังมีคำถามคาใจกับเรื่องความสัมพันธ์ของพระนางทั้งสองอยู่บ้าง รู้สึกว่ามันค่อนข้างเร็ว ปุ้บปั้บๆ อ่าวเฮ้ย ชอบกันรักกันซะแล้วเรอะ อะไรงี้ และขอบอกตามตรงว่าผมชอบพล็อตความรักของ 5CPS มากกว่า มันดูตีความได้โหดสัดมากๆ

 

"มันค่อนข้างฟีลกู๊ด เสพง่าย และสะท้อนให้เห็นถึงสังคมญี่ปุ่น"

 

"เพลงประกอบโดย Radwimps วงดนตรีคุณภาพชื่อดังของแดนปลาดิบ"

 

           และที่สำคัญ องค์ประกอบหลักที่ทำให้หนังอัพระดับขึ้นไปสูงขึ้นมากก็คือเพลงประกอบ เพลงประกอบแม่งโคตรพ่อโคตรแม่เยี่ยมเลย แค่เพลงเปิดหนังนี่ขนผมลุกเกรียว สมกับที่เค้า Hype มาจริงๆ ทนไม่เปิดดูตั้งสองอาทิตย์ คุ้มสุดๆ โดยเพลงประกอบในเรื่องนี้ที่เป็นเพลงคนร้องเลยมีสัก 3-4 เพลง (ดีทุกเพลง ความหมายก็แจ่ม แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น) ที่เหลือจะเป็นดนตรีประกอบที่สุดแสนจะไพเราะเช่นกัน ถ้าซื้อหนังสือของหนังเรื่องนี้มาแล้วเปิดเพลงฟังประกอบไปด้วยนี่ต้องน้ำตาแตกแน่นอน โดยผลงานเพลงประกอบเหล่านี้รังสรรขึ้นโดยวง Radwimps วงดนตรีชื่อดังของแดนปลาดิบเค้า หลายคนอาจไม่คุ้น แต่ถ้าเป็นแฟนคลับ VRZO มาก่อนน่าจะคุ้นกัน ลองไปเปิดฟังเพลง 05410 ดูนะจ๊ะ วงเค้าดีจริงผมคอนเฟิร์มให้เลย

            สรุปเลยละกัน หนังเรื่องนี้แม่งเยี่ยมมากกกก เป็นการทวงคืนบัลลังก์หนังแอนิเมชั่นได้อย่างสง่างาม เพราะด้วยความที่มันเสพง่าย ดูได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ปรัชญาล้ำลึก ดูปุ้บย่อยปั้บ งานภาพระดับ Masterpiece ที่ดูไปร้องว้าวในใจไป แถมยังเป็นเรื่องราวรักๆ ที่มีบทชั้นยอด พร้อมจะพาผู้ชมไปทัวร์บนรถไฟเหาะสายความรู้สึกที่จะเล่นกับอารมณ์ของเราอยู่ตลอดเวลา และมีความแฟนตาซีในขั้นฉีกทุกกฏแหกทุกเกณฑ์ ปิ๊งรักสลับร่าง ความเชื่อ ไปจนถึงกฎแห่งเวลา ซึ่งเอามันมามิ๊กซ์แอนด์แมตซ์กันแบบสุดๆ ผสมเข้ากับเพลงและดนตรีประกอบที่ช่วยสะกดเราให้ติดอยู่ในหนังตลอดทั้งเรื่อง เรื่องนี้ Koma ให้สามผ่านนนนนน

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

คะแนน

 

 

คะแนนจาก Koma : 8.5/10

คะแนนจาก IMDb : 8.9/10 จากผู้โหวต 5,800 คน

Metascore : 86/100

คะแนนจาก Rotten Tomatoes : 100% => Fresh!!!

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

It's me. Don't you remember me?

 

 

อาจารย์แกก็ชอบเล่นประเด็นรักยากๆ ตลอด

สงสัยแกชอบเห็นคนดูปวดตับเล่น 555

ตอนนี้เรื่องนี้คงดังเป็นพลุแตก ถือว่าเป็นฤกษ์ดีในการเปิดตลาดแอนิเมชั่นญี่ปุ่นเลย

ขอให้มีหนังดีๆ แบบนี้เข้ามาอีกเยอะๆ นะจ๊าาา

 

สุดท้ายนี้ถ้าผิดพลาดประการใดก็กราบขออภัยนะครับ -/\-

Comment

Comment:

Tweet