[TipTrick]Japan Trip: no.1 งบประมาณ

posted on 15 Jan 2016 21:31 by jap007598 in Traveler directory Travel, Diary

 

[TipTrick]Japan Trip: no.1 งบประมาณ

 

Entry ซีรี่ส์นี้คงไม่สาธยายเกี่ยวกับญี่ปุ่นหรือ "ดินแดนอาทิตย์อุทัย" อะไรให้มากมาย เพราะเชื่อว่าทุกท่านที่เข้ามาอ่านน่าจะรู้จักญี่ปุ่นมากันพอสมควรแล้วล่ะ :)

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

          แน่นอนว่าทริปเที่ยวทุกทริปจะเกิดขึ้นได้ตรงมีความว้อนท์ความอยากขึ้นมากก่อน แล้วก็ตามมาด้วยปัจจัยหลักที่ใช้ในการพิจารณา ซึ่งนั่นก็คือ "เงินหรืองบประมาณ" นั่นเอง ไม่มีเงินก็ไม่มีทริป แฟร์ๆใช่มะล่ะ เนื่องจากผมเป็นคนขี้งกดังนั้น entry นี้ก็จะเขียนในแบบการท่องเที่ยวแบบยาจกนิดนึงนะครับ

 

          ก็จะขอแบ่งงบหลักซึ่งคาดว่าทุกท่านคงจะหลีกหนีไม่พ้น ออกเป็นส่วนๆดังนี้นะครับ

          1. งบสำหรับตั๋วเครื่องบิน 

          จากที่ผมได้ลองดูราคาตั๋วมาช่วงเวลาหนึ่ง ผ่านโปรร้อนโปรหนาวโปรฝนมาพอสมควรก็พบว่าค่าตั๋วไปกลับนั้นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 7000 บาท!! แต่กรณีนี้มันเป็นกรณีที่ต้องโชคดีมากคือวันเวลาต้องได้ เน็ตต้องไวสามารถแย่งชาวบ้านจองตั๋วได้ ยอมทนที่นั่งแคบ ไม่มีอาหารเสิร์ฟสักนิดนึง(แนะนำว่าให้เตรียมขนมไปกิน) โดยสายการบินส่วนมากที่ให้ราคานี้แน่นอนว่าต้องเป็นโลว์คอส ก็ต้องมาลุ้นเพิ่มอีกหน่อยว่าจะดีเลย์ไหมหรือต้องไปรอต่อเครื่องรึป่าวอีกทีนึง 

          สรุป: 7,000 - 14,000 บาท ไม่ควรเกินจากนี้นะครับ (ถ้าอยากประหยัดอ่ะนะ)

 

          2. งบสำหรับเดินทาง

          ในที่นี้จะพูดถึงการขึ้นรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถบัสนะครับ แท็กซี่เราจะไม่พูดถึง ผมถือว่าเป็นสิ่งต้องห้ามในญี่ปุ่นครับ55 โคตรแพง ต้องขอบอกเลยว่าค่ารถไฟและค่ารถบัสนั้นจริงๆแทบไม่แตกต่างกันเลย ถ้าเป็นในโตเกียวหรือโอซาก้าผมขอแนะนำให้ขึ้นรถไฟไปเลยสะดวกที่สุด ส่วนรถบัสไว้ในบางภูมิภาคที่รถไฟมีให้บริการน้อยแทนละกันนะครับ หลายๆคนคงจะเคยได้ยินคำว่า "JR Pass" มาก่อน มันก็คือบัตรผ่านตลอดนั่นเอง ไว้ใช้กับรถไฟ รถบัส เรือในเครือ JR แต่ราคามันแพงมากกกกกก โปร 7day ราคาอยู่ที่ 29100 yen แต่ถ้าเราใช้ในโตเกียวแล้วไปเที่ยว 4-5 ที่ยังไงวันนึงก็ไม่เกิน 1500yen แน่นอน ขอย้ำตัวโตๆเลยว่าให้คำนวณค่าเดินทางให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นจะสูญเสิยเงินไปปล่าวๆปี้ๆเลยนะ

          สรุป: 500 บาท/วัน (1,500 yen/วัน) ถ้าเป็นนักเดินหรือวางแผนมาดีๆก็ 250 บาท/วัน (750 yen/วัน)
          หมายเหตุ: ไม่ได้รวมค่าชินคันเซ็น (ไปเกียวโตประมาณ 2,600 บาท, 8,000 เยน/เที่ยว) เวลาไปจังหวัดไกลๆนะ

 

          3. งบสำหรับที่พัก

          จริงๆแล้วที่พักในญี่ปุ่นไม่ได้แพงมากนะครับราคาจะอยู่ที่คืนละ 500 - 1,000 บาท แต่ขนาดห้องนี่ต้องบอกเลยว่าให้ทำใจไว้ก่อน55 ถึงห้องจะเล็กยังไงทางโรงแรมก็จัดเตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ครบครันครับ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว แปรงฟัน เสื้อคลุม ทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ แอร์ เครื่องฟอกอากาศ แถมยังมีอ่างน้ำให้แช่อีกด้วย เราสามารถหาที่พักราคาถูกได้จากเว็บบุ้คกิ้งโรงแรมดังๆอย่าง www.booking.com, www.expedia.co.th www.agoda.com และ www.traveloka.com/th-th/hotel/japan เวลาเราสนใจโรงแรมไหนก็วนดูทุกเว็บไปเลยครับ (อันหลังสุดจองตั๋วเครื่องบินได้ด้วยนะ) แต่ต้องอ่านให้ดีๆ บางเว็บจะรวม vat มาแล้ว บางเว็บยังไม่รวมนะครับ บางครั้งเราสามารถจองล่วงหน้าได้ (แต่ต้องผูกบัตรเครดิต) แล้วยังไปจ่าย ณ วันที่ไปพักได้ด้วย และสามารถยกเลิกจองได้เรื่อยๆ ก่อนถึงวันที่เข้าพัก (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ทั้งนี้ทั้งนั้นแนะนำว่าอ่านให้ละเอียด และทำความเข้าใจกับเงื่อนไขต่างๆ ด้วยนะครับ

          สรุป: 500 - 1,000 บาท/คืน (ราคาดีและคุณภาพปกติ) จริงๆถ้าไม่ต้องการเครื่องอำนวยความสะดวกสามารถหาได้ถูกกว่านี้ครับ
          หมายเหตุ: ใครที่คิดอยากจะไปนอนโรงแรมแคปซูลนี่บอกเลยว่าราคาพอๆกันครับ แถมยังลำบากกว่าพอตัว

 

          4. งบสำหรับค่าอาหาร

          คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่ากินอาหารที่ญี่ปุ่นก็เหมือนกินอาหารอยู่ในห้าง คำเปรียบเปรยนี้คอนเฟิร์มว่าจริงครับ(บางทีก็แพงกว่า) ยิ่งถ้าเป็นร้านดังๆก็จะตกอยู่ที่มื้อละประมาณ 300 บาทแต่สื่งที่จะช่วยเซฟงบในส่วนนี้ได้ก็คือ "ร้านสะดวกซื้อ" ซึ่งราคาถือว่าใช้ได้เลย เราสามารถซื้อข้าวปั้นราคา 40 บาทมาทดแทนอาหารหนึ่งมื้อได้ หรืออาจจะเป็นเมนูอื่นๆก็ได้ไม่ว่ากันแล้วแต่ความอยากอาหาร ผมไม่แนะนำให้อดนะครับ55 มาทั้งทีก็ลองกินอะไรหลายๆอย่างดูจะดีกว่า ส่วนเรื่องน้ำดื่มถ้างกจริงๆก็กรอกจากก็อกน้ำที่โรงแรมได้ตามสบายเลยครับ กินได้คอนเฟิร์ม(กินมาแล้ว55)

          สรุป: ถ้าเป็นร้านอาหาร 300 บาท/มื้อ และถ้าเป็นร้านสะดวกซื้อ 100 บาท/มื้อ

 

          5. งบสำหรับช็อป

          ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับคนจริงๆครับ ถ้าซื้อพวกสินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นี่ก็แล้วแต่แบรนด์ ที่ผมดูมาจะเป็นรองเท้าซะส่วนใหญ่ แบรนด์ถูกๆก็มักจะเป็น nike, adidas, asics, new balance ซึ่งราคาเริ่มต้นประมาณ 1000 บาท (ก็สวยแล้ว) ยิ่งถ้าช่วงที่ไปเขา sale พอดีก็รับลาภกันไปเต็มที่ครับ สำหรับขานักสะสมโมเดลตัวการ์ตูนนี่ใช่ว่าจะถูกนะครับ บางชิ้นนี้ซื้อรองเท้าได้เลย แต่ถูกกว่าที่ขายในบ้านเราหลายขุมยิ่งนักครับ และบางชิ้นก็ไม่มีขายในไทยซะด้วย ยากที่จะหลีกเลี่ยงในส่วนนี้จริงๆ อย่าง Gunpla ก็จะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 yen (1,000 บาท) และพลาสติกโมเดลของวันพีชเริ่มต้นที่ประมาณ 700 yen (200กว่าบาท)

          สรุป: แล้วแต่แบรนด์, ประเภทสินค้า และขนาด แต่แนะนำว่าให้แบ่งเงินส่วนนี้ไว้เยอะๆแล้วจะฟิน

 

          6. งบสำหรับค่าเข้าที่ท่องเที่ยว

          ตอนแรกผมนึกว่าจะไม่มีงบในส่วนนี้ แต่พอได้ไปจริงๆงบส่วนนี้ก็บานเบอะเลยล่ะครับ ที่เที่ยวบางที่จะเสียเงินเข้าครับ โดยเฉพาะจุดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง(รวมถึงวัดด้วยนะ) ถึงบางที่จะฟรีแต่มีน้อยมากครับ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆจะอยู่ที่ประมาณ 300 - 800 yen (100 - เกือบ 300 บาท) วัดชื่อดังต่างๆในเกียวโตนี่เขาเก็บค่าเข้าเกือบทุกที่นะครับ เริ่มต้นที่ 300 yen หรือหอคอยสำหรับชมวิวต่างๆก็เสียค่าเข้าเช่นกัน แพงมากด้วย ผมเลยไม่ขึ้นสักที่เลย55 พิพิธภัณฑ์ต่างๆก็เสียค่าเข้าครับ แต่บางที่จะสามารถใช้ส่วนลดสำหรับนักศึกษาได้เช่นที่ Museum of housing and living ที่ Osaka ครับ

          สรุป: 100 - 300 บาท/สถานที่
          หมายเหตุ: สวนสนุก Disney และ Universal จะประมาณ 7,000 - 9,000 เยนนะ ถ้าบวกแพ๊คเกจ Express ก็แพงไปอีก

 

          จะเห็นว่าแค่มีเงินประมาณ 25,000 - 30,000 บาท ทริปก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นของคุณก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ แถมไม่ได้ยากลำบากแต่อย่างใด ไปชิวๆไปสบายๆเรื่อยๆ แต่ต้องเคร่งครัดในเรื่องการใช้จ่ายหน่อยนึงเท่านั้นเอง

 

          และนอกจากนี้ก็ยังมีงบอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามแต่ยถากรรมครับ ซึ่งผมขอแบ่งออกดังนี้ครับ

          7. งบสำหรับค่าของฝาก

          ของฝากที่นี่ก็ราคาดุดันพอตัวเลยครับ ปากกาดินสออะไรงี้ใช่ว่าจะถูกชึ้นหลักร้อยบาทกันเกือบทั้งหมด ยิ่งถ้ามี Signature ตามสถานที่ดังๆก็จะเสริมให้ราคามันสูงขึ้นไปอีก แถมสินค้าพวกเครื่องสำอางค์ก็ถูกกว่าไทยซะเหลือเกิน ใครป่าวประกาศว่าจะไปญี่ปุ่นในโซเชียลมีเดียก็เตรียมเจ็บตัวกับค่าพวกนี้ได้เลย ผมแนะนำให้ไปเงียบๆ พอเที่ยวเสร็จกลับมาก็กระหน่ำลงรูปแม่งเลย ให้เพื่อนๆสาปส่งเล่น55

          สรุป: แล้วแต่แบรนด์, ประเภทสินค้า และขนาด เริ่มต้นประมาณ 100 บาท (ถูกกว่านี้ก็มี)

 

          8. งบสำหรับค่า Pocket Wifi

          จริงๆงบส่วนนี้ก้ำกึ่งที่จะเป็นงบหลักครับ เพราะเราแทบจะขาดอินเตอร์เน็ทไม่ได้เลยในยุคนี้ มันช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้เราซะเหลือเกินทั้งอัพโหลดรูปอวดเพื่อนแบบ Real Time, Face Time กับคนรัก เสพดราม่าพันทิป ดูแผนที่ หรือจะดูตารางรถไฟ ก็ทำได้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าก็ยังมีบางคนที่อยากไปเที่ยวแบบสายลุย ไม่พึ่งพาอินเตอร์เน็ต ถามทางคนเอาก็ได้เว้ย (เดี๋ยวนี้ภาษาอังกฤษของคนญี่ปุ่นค่อนข้างโอเคขึ้นแล้วครับ) ฉะนั้นก็คิดว่ามันยังไม่จำเป็นมาก แต่ใครที่ขาดไม่ได้จริงๆก็สามารถเช่า Pocket Wifi มาใช้ได้ แถมมีหลายเจ้าหลายยี่ห้อด้วยนะ ต้องเลือกกันให้ดีๆ อ่านรีวิวให้เยอะๆ ที่ผมใช้ในทริปรอบล่าสุดก็เป็น Samurai Wifi ก็ใช้ดี มีดับๆติดๆบ้าง แต่แทบไม่มีปัญหาอะไรตลอดทั้งทริป นอกจากสายชาร์ตหลวม

          สรุป: เริ่มต้นที่ 200 บาท/วัน แล้วแต่โปรและเจ้าของค่าย

 

          9. งบสำหรับค่าประกันการเดินทาง

          อันนี้แล้วแต่ท่านจะเลือกใช้เลยครับ ใครคิดว่าดวงดีไม่เจออะไรซวยๆก็หลีกเลี่ยงไปได้ แต่ถ้าใครอยากอุ่นใจก็ซื้อไว้ก็ดี ประกันการเดินทางมีหลายเกรดครับ เหมือนประกันรถยนต์นั่นแหละ เกรดสูงๆก็จะครอบคลุมเยอะหน่อย ล่าสุดผมซื้อเกรด A ไป ครอบคลุมตลอดทริปสิบวันประมาณ 1500 บาท คุ้มครองตั้งแต่อุบัติเหตุ กระเป๋าหาย พัง เที่ยวบินล่าช้า ไปจนถึงตกเครื่อง แต่ต้องอ่านเงื่อนไขต่างๆให้ดีนะครับ ไม่งั้นจะโดนเล่นเอาได้ง่ายๆ

         สรุป: แล้วแต่เกรดของประกัน แต่แนะนำให้ซื้อเกรดดีสุดไปเลย เซฟๆ

 

จริงๆก็ยังมีค่าอื่นๆอีกพอสมควรเลยครับ แต่ผมขอกล่าวถึงงบตัวที่คาดว่าทุกคนคงจะเจอเพียงเท่านี้พอ
ปล. ทริปนี้คิดเรตประมาณ 0.3 บาทต่อเยนนะจ๊ะ

 

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สำหรับ "[TipTrick]Japan Trip: no.1 งบประมาณ" ก็ขอจบ ณ ตรงนี้นะครับ

no. ต่อๆไปเราก็จะมาเจาะลึกเข้าไปอีกในงบส่วนต่างๆครับ

ฝากติดตามอ่านกันด้วยนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะ

#2 By frozend on 2016-06-24 13:27

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ cool

#1 By sthepakul on 2016-05-16 05:57